ทำไมต้อง ขออนุญาตก่อสร้าง ? ขั้นตอนการยื่นใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน

S.J.Building สรุปให้
- การขออนุญาตก่อสร้างบ้าน หรืออาคารทุกประเภทต้องขออนุญาตตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ถ้าฝ่าฝืนมีโทษจำคุกสูงสุด 3 เดือน ปรับไม่เกิน 60,000 บาท
- เอกสารหลักที่ต้องเตรียม ได้แก่ สำเนาบัตรประชาชน ทะเบียนบ้าน สำเนาโฉนดที่ดิน และแบบแปลนบ้านที่มีวิศวกรหรือสถาปนิกลงนามรับรอง
- ยื่นขออนุญาตก่อสร้างได้ที่ อบต. เทศบาล หรือสำนักงานเขต ขึ้นอยู่กับพื้นที่ที่ที่ดินตั้งอยู่
- ระยะเวลาพิจารณาอนุมัติประมาณ 30-45 วัน สำหรับบ้านพักอาศัยทั่วไป
- บ้านที่ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างบ้านไม่สามารถขอบ้านเลขที่ ขอมิเตอร์น้ำ-ไฟ และมีปัญหาเมื่อต้องการขายหรือโอนกรรมสิทธิ์
การขออนุญาตก่อสร้าง เป็นขั้นตอนสำคัญใน งานก่อสร้าง ทางกฎหมายที่ต้องทำก่อนลงมือสร้างบ้าน หลายคนมีคำถามว่าทำไมต้องยื่นขออนุญาตในเมื่อที่ดินเป็นของตัวเอง แต่ตามกฎหมายแล้ว การก่อสร้างอาคารทุกชนิดจำเป็นต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานท้องถิ่นก่อนเสมอ
บทความนี้ S.J.Building อธิบายทุกเรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับการขออนุญาตก่อสร้าง ตั้งแต่เหตุผลที่ต้องมี เอกสารสำหรับเตรียม ขั้นตอนการยื่นคำขอใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน และบทลงโทษหากฝ่าฝืน เพื่อให้การสร้างบ้านในฝันเริ่มต้นได้ถูกต้องตามกฎหมายค่ะ
เลือกอ่านตามหัวข้อ
- S.J.Building สรุปให้
- ทำไมต้อง ขออนุญาตก่อสร้างบ้าน ?
- ใครต้องเป็นคนยื่น ขออนุญาตก่อสร้าง ?
- ประเภท การขออนุญาตปลูกสร้าง มีอะไรบ้าง ?
- เอกสารยื่นขออนุญาตก่อสร้าง มีอะไรบ้าง ?
- ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างบ้าน ทำอย่างไร ?
- ขออนุญาตก่อสร้าง ที่ไหน ? อบต. เทศบาล และสำนักงานเขต
- จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มี ใบอนุญาตก่อสร้าง
ทำไมต้อง ขออนุญาตก่อสร้างบ้าน ?

การขออนุญาตก่อสร้าง ขั้นตอนที่กฎหมายบังคับตาม พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 กำหนดให้การก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคาร ต้องได้รับใบอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นก่อนเสมอ การไม่ยื่นขออนุญาตถือเป็นความผิดทางกฎหมาย
นอกจากนี้ การขออนุญาตยังเป็นประโยชน์ต่อเจ้าของบ้าน เพราะเป็นการยืนยันว่าบ้านที่สร้างมีโครงสร้างแข็งแรง และไม่สร้างผลกระทบต่อพื้นที่ข้างเคียง
ใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน
ใบอนุญาตก่อสร้าง (อ.1) คือเอกสารที่หน่วยงานท้องถิ่นออกให้เพื่อรับรองว่าแบบบ้านที่ยื่นขอนั้น ผ่านการตรวจสอบตามกฎหมายควบคุมอาคารและข้อบัญญัติท้องถิ่นแล้ว ทั้งในเรื่องความแข็งแรงของโครงสร้าง ระยะห่างจากแนวเขตที่ดิน ระบบสาธารณูปโภค และด้านความเรียบร้อยอื่น ๆ
เมื่อได้รับใบอนุญาตก่อสร้างบ้านแล้ว ถึงจะเริ่มก่อสร้างได้ตามแบบที่อนุมัติ โดยใบอนุญาตมีอายุ 1 ปี และต่ออายุได้หากยังก่อสร้างไม่เสร็จค่ะ
เหตุผลที่ต้องมี ใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน
เหตุผลที่ต้องมีใบอนุญาตก่อสร้าง มีหลายด้านด้วยกัน ทั้งเพื่อความเรียบร้อยของชุมชนและเป็นหลักฐานยืนยันสิทธิ์ในทรัพย์สิน ได้แก่
- ความแข็งแรงของโครงสร้าง เพื่อให้แน่ใจว่าโครงสร้างอาคารผ่านการออกแบบและคำนวณโดยวิศวกร สามารถรองรับน้ำหนักและแรงต่าง ๆ ได้
- ระยะร่นที่ถูกต้อง เพื่อให้อาคารไม่รุกล้ำที่ดินข้างเคียงหรือพื้นที่สาธารณะ และมีระยะห่างตามที่กฎหมายกำหนด
- ระบบสาธารณูปโภค เพื่อตรวจการวางระบบระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียให้เป็นไปตามมาตรฐาน
- การจัดระเบียบชุมชน เพื่อให้การพัฒนาเมืองเป็นระเบียบตามผังเมืองที่วางไว้
-
หลักฐานยืนยันสิทธิ์ เป็นเอกสารยืนยันว่าอาคารสร้างขึ้นอย่างถูกกฎหมาย จำเป็นต่อการขอบ้านเลขที่ การขอสินเชื่อ และการโอนกรรมสิทธิ์
ใครต้องเป็นคนยื่น ขออนุญาตก่อสร้าง ?
การขออนุญาตก่อสร้าง เป็นหน้าที่ของเจ้าของที่ดินหรือเจ้าของสิ่งปลูกสร้าง โดยผู้ที่มีชื่อในโฉนดสามารถยื่นเรื่องได้โดยตรง แต่ถ้าที่ดินมีเจ้าของร่วมหลายคน ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของร่วมทุกคนก่อน หรือในกรณีที่ผู้ก่อสร้างไม่ใช่เจ้าของที่ดิน ก็ต้องมีหนังสือยินยอมให้ปลูกสร้างอาคารจากเจ้าของที่ดินด้วย
ถ้าเจ้าของที่ดินไม่สะดวกดำเนินการเอง สามารถมอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นเรื่องแทนได้ ทั้งผู้รับเหมาก่อสร้าง บริษัทรับสร้างบ้าน หรือบุคคลที่ได้รับมอบหมาย โดยต้องมีหนังสือมอบอำนาจประกอบการยื่นขออนุญาตก่อสร้าง
บริษัทรับสร้างบ้านหรือ ผู้รับเหมา สามารถรับดำเนินการเรื่องใบอนุญาตก่อสร้างบ้านให้ทั้งหมดได้ วิธีนี้ช่วยลดความยุ่งยากสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับขั้นตอนราชการ แต่ควรตรวจสอบในสัญญาให้แน่ใจว่าค่าใช้จ่ายในการดำเนินการส่วนนี้ได้รวมอยู่ด้วยหรือไม่ค่ะ
หมดกังวลเรื่องขั้นตอนราชการที่ยุ่งยาก S.J.Building บริการรับจ้างสร้างบ้าน พร้อมดูแลการขออนุญาตก่อสร้างให้ถูกต้องตามกฎหมายทุกขั้นตอน
ประเภท การขออนุญาตปลูกสร้าง มีอะไรบ้าง ?
การขออนุญาตก่อสร้างครอบคลุมงานหลายลักษณะ แต่ละประเภทมีเอกสารและขั้นตอนที่แตกต่างกันเล็กน้อย ดังนี้
- การก่อสร้างอาคารใหม่
- การดัดแปลงหรือต่อเติมอาคารเดิม
- การรื้อถอนอาคาร
- การเคลื่อนย้ายอาคาร
วิธีการขออนุญาตก่อสร้าง ชั้นเดียว
สำหรับบ้านพักอาศัยชั้นเดียวหรือสองชั้นที่มีพื้นที่ไม่เกิน 150 ตารางเมตร ขั้นตอนไม่ซับซ้อนมากนัก สามารถใช้แบบบ้านฟรีของกรมโยธาธิการและผังเมือง หรือใช้แบบที่สถาปนิกและวิศวกรออกแบบให้ก็ได้ แต่ต้องมีการลงนามรับรองแบบตามกฎหมายกำหนดค่ะ การพิจารณาใบอนุญาตก่อสร้างบ้านลักษณะนี้ใช้เวลาประมาณ 14-30 วันทำการ
การขออนุญาตก่อสร้าง ดัดแปลง หรือต่อเติมอาคาร
การดัดแปลงอาคาร หรือการเปลี่ยนแปลงส่วนประกอบให้ต่างไปจากแบบเดิม ถ้าเข้าข่ายตามรายการด้านล่างนี้ จำเป็นต้องยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้าง เพราะถ้าไม่ดำเนินการถือเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายค่ะ
- เพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างเดิมส่วนใดส่วนหนึ่งเกินร้อยละ 10
- ลดหรือขยายพื้นที่ชั้นใดชั้นหนึ่งให้มีเนื้อที่เปลี่ยนไปรวมกันเกิน 5 ตารางเมตร
- เปลี่ยนแปลงวัสดุ หรือขนาดของโครงสร้างหลัก เช่น คอนกรีตเสริมเหล็ก และโครงสร้างเหล็กรูปพรรณ
เอกสารยื่นขออนุญาตก่อสร้าง มีอะไรบ้าง ?

การเตรียมเอกสารให้พร้อมเป็นขั้นตอนที่ช่วยให้การขออนุญาตก่อสร้างบ้านเป็นไปอย่างราบรื่นค่ะ เอกสารที่ต้องใช้แบ่งออกเป็น 4 กลุ่มหลัก คือ เอกสารส่วนตัวผู้ขออนุญาต เอกสารเกี่ยวกับที่ดิน แบบบ้านและรายการคำนวณ และเอกสารประกอบอื่น ๆ
1. เอกสารส่วนตัวของผู้ขออนุญาต
สำหรับเอกสารส่วนตัวของผู้ยื่นคำขอ มีรายการดังนี้
- สำเนาบัตรประชาชน และสำเนาทะเบียนบ้าน (พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง)
- หนังสือมอบอำนาจ (กรณีให้ผู้อื่นยื่นแทน) พร้อมติดอากรแสตมป์ 30 บาท
- หนังสือรับรองนิติบุคคล (กรณีผู้ขอเป็นนิติบุคคล)
2. เอกสารเกี่ยวกับที่ดิน
เอกสารที่ต้องเตรียมเพื่อแสดงกรรมสิทธิ์ในที่ดิน มีดังนี้
- สำเนาโฉนดที่ดินหรือเอกสารสิทธิ์อื่น ๆ (ถ่ายสำเนาเท่าขนาดจริงทุกหน้า)
- หนังสือยินยอมให้ปลูกสร้างอาคารจากเจ้าของที่ดิน (กรณีผู้ขอไม่ใช่เจ้าของ)
- หนังสือยินยอมให้ก่อสร้างชิดเขตที่ดินข้างเคียง (กรณีต้องการสร้างชิดแนวเขต)
3. แบบบ้านสำหรับขออนุญาตก่อสร้าง
แบบแปลนบ้านเป็นหัวใจของการยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้าง ต้องมีรายละเอียดที่ครบถ้วนและถูกต้องตามหลักวิชาชีพค่ะ
- ผังบริเวณ (Site Plan) แสดงตำแหน่งอาคารในที่ดิน ระยะห่างจากแนวเขต และทางระบายน้ำ
- แบบแปลนพื้นทุกชั้น แสดงผังห้อง ขนาด และการใช้งาน
- รูปด้านอาคาร อย่างน้อย 2 ด้าน และรูปตัดทางขวางกับทางยาว
- ผังคานรับพื้นและผังฐานราก
- รายการคำนวณโครงสร้าง ที่จัดทำโดยวิศวกรโยธา
- แบบระบบบำบัดน้ำเสีย
แบบแปลนทุกแผ่นต้องมีลายเซ็นรับรองของสถาปนิกผู้ออกแบบและวิศวกรผู้คำนวณ พร้อมแนบสำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพมาด้วย โดยต้องเตรียมแบบแปลนประมาณ 2-5 ชุด ขึ้นอยู่กับข้อกำหนดของแต่ละหน่วยงาน
4. เอกสารประกอบอื่น ๆ
นอกจากเอกสารข้างต้น ยังมีเอกสารเพิ่มเติมที่ต้องใช้ในการยื่นคำขอด้วย ได้แก่
- หนังสือรับรองของสถาปนิกผู้ออกแบบ
- หนังสือรับรองของวิศวกรผู้ออกแบบและคำนวณ
- หนังสือแสดงความยินยอมของผู้ควบคุมงาน (แบบ น.4)
- สำเนาใบอนุญาตประกอบวิชาชีพของสถาปนิกและวิศวกร
- ใบอนุญาตก่อสร้างเดิมและแบบแปลนเดิม (กรณีเป็นการดัดแปลงหรือต่อเติมอาคาร)
ขั้นตอนการขออนุญาตก่อสร้างบ้าน ทำอย่างไร ?

การขออนุญาตก่อสร้างมีขั้นตอนหลัก ๆ ที่ต้องดำเนินการเพื่อให้กระบวนการราบรื่นค่ะ โดยเริ่มตั้งแต่การเตรียมเอกสาร การยื่นคำขอ การรอตรวจสอบและพิจารณาจากเจ้าหน้าที่ จนถึงการรับใบอนุญาตในขั้นตอนสุดท้าย | ขั้นตอนการสร้างบ้าน ตั้งแต่เริ่มต้นจนพร้อมเข้าอยู่
1. เตรียมเอกสารให้พร้อม
ขั้นตอนแรกคือการรวบรวมเอกสารต่าง ๆ ให้พร้อมยื่น ควรสอบถามกับหน่วยงานท้องถิ่นก่อนว่าต้องการเอกสารกี่ชุด เพราะแต่ละแห่งมีข้อกำหนดไม่เหมือนกัน เช่น บ้านพักอาศัยทั่วไปใช้ 2 ชุด และอาคารขนาดใหญ่อาจต้องใช้ถึง 5 ชุด
มีคำแนะนำว่าก่อนยื่นเอกสารจริง ควรนำไปให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบความเรียบร้อยเบื้องต้นก่อน เพื่อป้องกันการยื่นซ้ำหลายรอบ และยังสามารถสอบถามเรื่องค่าธรรมเนียมที่ต้องชำระได้ด้วย
2. ยื่นคำขอที่หน่วยงานท้องถิ่น
เมื่อเตรียมเอกสารเรียบร้อย ให้นำไปยื่นที่หน่วยงานท้องถิ่นที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ พร้อมกรอกแบบคำขออนุญาตก่อสร้าง (ข.1) และแนบเอกสารทั้งหมด เจ้าหน้าที่จะตรวจรับและออกใบรับเรื่องให้ ก่อนส่งเรื่องต่อไปให้ฝ่ายช่างตรวจสอบค่ะ
หลายหน่วยงานมีช่องทางให้ยื่นคำขออนุญาตก่อสร้างออนไลน์เพื่อลดเวลาเดินทาง แต่ยังต้องนำเอกสารฉบับจริงไปแสดงในบางขั้นตอน
3. เจ้าหน้าที่ตรวจสอบแบบแปลนและเอกสาร
หลังจากยื่นคำขอ เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบแบบแปลนและเอกสารในหลายประเด็น เพื่อให้แน่ใจว่าการก่อสร้างเป็นไปตามข้อกำหนด ได้แก่
- ความถูกต้องและความครบถ้วนของเอกสาร
- ความสอดคล้องของแบบแปลนกับข้อบัญญัติท้องถิ่นและผังเมือง
- ระยะร่นจากแนวเขตที่ดิน ถนน และอาคารข้างเคียง
- โครงสร้างอาคารและความมั่นคงแข็งแรง
- ระบบระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสีย
- มาตรการป้องกันอัคคีภัย
ถ้าพบจุดที่ต้องแก้ไข เจ้าหน้าที่จะแจ้งให้ทราบเพื่อกลับไปแก้ไขแบบแปลนและยื่นใหม่อีกครั้งค่ะ
4. ระยะเวลาพิจารณาและรับใบอนุญาตก่อสร้าง
ตามกฎหมาย หน่วยงานท้องถิ่นต้องแจ้งผลการพิจารณาภายใน 45 วันนับจากวันที่รับคำขอ แต่ในทางปฏิบัติระยะเวลาแตกต่างกันตามประเภทของอาคาร ดังนี้
| ประเภทอาคาร | ระยะเวลาดำเนินการ (โดยประมาณ) |
|---|---|
| บ้านพักอาศัยไม่เกิน 2 ชั้น | 14-30 วันทำการ |
| อาคารพาณิชย์และอาคารขนาดใหญ่ | 29-45 วันทำการ |
กรณีที่มีการแก้ไขแบบ ระยะเวลา 45 วันจะเริ่มนับใหม่ตั้งแต่วันที่ยื่นเอกสารฉบับแก้ไข การเตรียมเอกสารให้ถูกต้องตั้งแต่ครั้งแรกช่วยให้ได้รับใบอนุญาตก่อสร้างบ้านได้เร็วขึ้นค่ะ
ขออนุญาตก่อสร้าง ที่ไหน ? อบต. เทศบาล และสำนักงานเขต
การขออนุญาตก่อสร้างต้องยื่นคำร้องให้ถูกสถานที่ค่ะ โดยหน่วยงานที่รับผิดชอบขึ้นอยู่กับที่ตั้งของที่ดินว่าอยู่ในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.) เขตเทศบาล หรือกรุงเทพมหานคร ซึ่งแต่ละพื้นที่มีข้อกำหนดที่แตกต่างกันไป
การขออนุญาตก่อสร้างในเขตองค์การบริหารส่วนตำบล (อบต.)
สำหรับที่ดินที่อยู่นอกเขตเทศบาลหรือในพื้นที่ชนบท อยู่ในความดูแลของ อบต. ค่ะ การยื่นขออนุญาตก่อสร้างบ้านให้ติดต่อที่กองช่างของ อบต. ที่ที่ดินนั้นตั้งอยู่ ข้อกำหนดในเขต อบต. อาจมีความยืดหยุ่นกว่าในเมืองเรื่องระยะร่น แต่ยังต้องเป็นไปตามข้อกำหนดของพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร
การขออนุญาตก่อสร้างในเขตเทศบาล
ส่วนที่ดินในเขตเทศบาล ทั้งเทศบาลตำบล เทศบาลเมือง และเทศบาลนคร ให้ยื่นขอใบอนุญาตก่อสร้างที่กองช่างของสำนักงานเทศบาลนั้น ๆ พื้นที่เขตเทศบาลมีข้อบัญญัติท้องถิ่นที่เข้มงวดกว่า โดยเฉพาะเรื่องระยะร่น ความสูงของอาคาร และการใช้ประโยชน์ที่ดินตามผังเมืองค่ะ
การยื่นขออนุญาตในกรุงเทพมหานครและเมืองใหญ่
ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร การยื่นขออนุญาตแบ่งตามประเภทของอาคาร ดังนี้
- บ้านพักอาศัยและอาคารขนาดเล็ก ยื่นที่ฝ่ายโยธา สำนักงานเขตที่ที่ดินตั้งอยู่
- อาคารขนาดใหญ่และอาคารสูง ยื่นที่กองควบคุมอาคาร สำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร
พื้นที่เมืองใหญ่มีข้อกำหนดที่เข้มงวดมากที่สุด เพราะมีความหนาแน่นของอาคารสูง ต้องให้ความใส่ใจเรื่องระยะร่น แนวถอยร่นจากถนนสาธารณะ และกฎระเบียบด้านอัคคีภัยเป็นอย่างดีค่ะ
จะเกิดอะไรขึ้นถ้าไม่มี ใบอนุญาตก่อสร้าง

การก่อสร้างโดยไม่ยื่นขออนุญาตก่อสร้างมีผลกระทบที่ร้ายแรงทั้งทางกฎหมายและทางปฏิบัติค่ะ การก่อสร้างโดยไม่มีใบอนุญาตนอกจากมีโทษจำคุกกับปรับแล้ว ยังส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันในบ้าน รวมถึงการทำธุรกรรมเกี่ยวกับทรัพย์สินในอนาคตอีกด้วย
ผลกระทบทางกฎหมาย
ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ผู้ที่ก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตต้องเผชิญกับบทลงโทษที่ระบุไว้ชัดเจน ดังนี้
| การกระทำความผิด | บทลงโทษตามกฎหมาย |
|---|---|
| ก่อสร้างโดยไม่ได้รับอนุญาต (มาตรา 65) | จำคุกไม่เกิน 3 เดือน และ/หรือ ปรับไม่เกิน 60,000 บาท |
| ฝ่าฝืนคำสั่งและยังไม่แก้ไข (โทษปรับรายวัน) | ปรับเพิ่มวันละไม่เกิน 10,000 บาท |
| ไม่รื้อถอนอาคารตามคำสั่ง (มาตรา 66 ทวิ) | จำคุกไม่เกิน 6 เดือน และ/หรือ ปรับไม่เกิน 100,000 บาท และมีโทษปรับรายวันอีกไม่เกิน 30,000 บาท |
เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นตรวจพบการก่อสร้างที่ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างบ้าน จะมีอำนาจสั่งให้หยุดการก่อสร้าง ห้ามใช้อาคาร หรือให้ไปดำเนินการขออนุญาตให้ถูกต้องตามมาตรา 40
ในกรณีที่อาคารนั้นไม่สามารถขออนุญาตได้ เช่น สร้างผิดแบบหรือรุกล้ำที่สาธารณะ เจ้าพนักงานสามารถสั่งรื้อถอนอาคารทั้งหมดได้ตามมาตรา 42 ค่ะ
ปัญหาในการทำธุรกรรมและใช้งาน
นอกจากโทษทางกฎหมายแล้ว บ้านที่ไม่มีใบอนุญาตก่อสร้างยังสร้างปัญหาในการใช้งานและทำธุรกรรมอีกหลายด้าน ได้แก่
- ไม่สามารถขอบ้านเลขที่ได้ ทำให้ไม่มีทะเบียนบ้านและไม่สามารถแจ้งย้ายเข้าอยู่อาศัยได้
- ไม่สามารถขอมิเตอร์น้ำประปาและไฟฟ้าได้ เพราะต้องใช้ทะเบียนบ้านเป็นเอกสารประกอบการยื่นเรื่อง
- ติดขัดเรื่องการโอนกรรมสิทธิ์ เมื่อต้องการขายบ้าน กรมที่ดินไม่สามารถประเมินราคาสิ่งปลูกสร้างได้ ทำให้โอนกรรมสิทธิ์ได้เพียงที่ดินเปล่า
- ไม่สามารถขอสินเชื่อกับธนาคารได้ สถาบันการเงินส่วนใหญ่ไม่รับบ้านที่ไม่มีเอกสารอนุญาตเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน
ในหลายกรณีของการซื้อขายบ้านมือสอง ผู้ซื้อพบปัญหาว่าบ้านไม่มีเอกสารอนุญาตก่อสร้าง ทำให้ไม่สามารถกู้เงินจากธนาคารได้ หรือต้องให้เจ้าของเดิมไปดำเนินการขอหนังสือรับรองสิ่งปลูกสร้าง เป็นขั้นตอนที่ซับซ้อนและใช้เวลานานค่ะ
สรุป
การขออนุญาตก่อสร้าง ขั้นตอนจำเป็นสำหรับคนที่ต้องการสร้างบ้านหรือต่อเติมอาคาร ถ้าเตรียมเอกสารพร้อมและปฏิบัติตามขั้นตอนที่ถูกต้อง กระบวนการก็ไม่ได้ซับซ้อนอย่างที่คิด สิ่งที่ต้องจำในการยื่นขออนุญาตก่อสร้าง มีดังนี้
- เตรียมเอกสารให้พร้อมก่อนยื่นคำขอ โดยเฉพาะแบบแปลนที่มีวิศวกรหรือสถาปนิกลงนามรับรอง
- ยื่นขออนุญาตที่หน่วยงานท้องถิ่นที่ที่ดินตั้งอยู่ (อบต./เทศบาล/สำนักงานเขต)
- รอผลพิจารณาประมาณ 30-45 วัน และเริ่มก่อสร้างได้หลังจากได้รับใบอนุญาตก่อสร้างเท่านั้น
- การไม่ขออนุญาตมีโทษทั้งจำและปรับ รวมถึงถูกสั่งรื้อถอน
การดำเนินการที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นช่วยให้สร้างบ้านในฝันได้อย่างสบายใจ ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาทางกฎหมาย และยังเป็นเครื่องยืนยันว่าบ้านมีความมั่นคงแข็งแรงตามมาตรฐานที่กำหนดค่ะ


