แชร์

3 ประเภท เสา สำหรับสร้างบ้าน | เลือกใช้อย่างไรให้เหมาะสม

อัพเดทล่าสุด: 31 ก.ค. 2025
5540 ผู้เข้าชม

S.J.Building สรุปให้

  • เสา มี 3 ประเภทหลักสำหรับการก่อสร้างบ้าน ได้แก่ เสาไม้ เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก และเสาเหล็ก

  • เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ได้รับความนิยมมาก เพราะมีความแข็งแรง ทนทาน รับแรงได้ดี

  • ขนาดเสาบ้านชั้นเดียวที่ใช้กันบ่อยคือ หน้าตัด 4-6 นิ้ว ความสูง 2.5-2.8 เมตร

  • การติดตั้งเสาต้องผ่านกระบวนการที่ถูกต้อง ตั้งแต่การตรวจสอบแบบ ผูกเหล็ก ติดตั้งแบบหล่อ เทคอนกรีต

  • มาตรฐานเสาโครงสร้างจะแตกต่างกันตามวัสดุและประเภทของเสา ควรเลือกให้เหมาะกับลักษณะบ้าน


เสา คือโครงสร้างหลักของอาคาร มีหน้าที่รับน้ำหนักทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นพื้นชั้นล่าง ชั้นบน ผนัง และหลังคา เปรียบเสมือนกระดูกของบ้าน ถ้าเลือกประเภทและขนาดไม่เหมาะสม อาจส่งผลให้บ้านไม่แข็งแรง หรือเกิดความเสียหายในภายหลังได้

บทความนี้ S.J.Building ขอเสนอเกี่ยวกับประเภทของเสาบ้าน การกำหนดขนาดกับรูปแบบที่เหมาะสม ขั้นตอนการติดตั้ง รวมถึงมาตรฐานเบื้องต้นที่ควรรู้ เพื่อให้คุณสามารถเลือกใช้เสาสร้างบ้านได้อย่างมั่นใจและเหมาะสมกับความต้องการค่ะ

เลือกอ่านตามหัวข้อ

 

เสา คืออะไร และมีหน้าที่อย่างไรในโครงสร้างอาคาร

เสา โครงสร้างที่สำคัญสำหรับสิ่งก่อสร้าง ทำหน้าที่พยุงตัวบ้านเอาไว้ มีลักษณะเป็นแท่งหรือทรงกระบอกที่ตั้งในแนวดิ่ง เพื่อรับน้ำหนักของโครงสร้างทั้งหมดกับถ่ายน้ำหนักลงสู่ฐานรากและตอม่อ มีหน้าที่สำคัญในโครงสร้างอาคาร ดังนี้

  1. รับน้ำหนักในแนวดิ่ง เสาต้องแบกรับน้ำหนักของอาคารทั้งหลัง ทั้งจากหลังคา คาน พื้น และผนัง
  2. ต้านทานแรงด้านข้าง ช่วยต้านทานแรงลม แรงสั่นสะเทือน หรือแรงจากแผ่นดินไหว
  3. เสริมความมั่นคงให้โครงสร้าง ทำให้อาคารคงรูปและยืนหยัดได้อย่างมั่นคง
  4. กำหนดรูปทรงกับขนาดของอาคาร ช่วยในการจัดวางพื้นที่ใช้สอยและกำหนดลักษณะทางสถาปัตยกรรม

ถ้าเสาเกิดการพังทลาย มักส่งผลให้โครงสร้างทั้งหลังพังถล่มลงมา จึงต้องมีการเสริมความแข็งแรง เพื่อให้สามารถต้านทานแรงต่าง ๆ ที่กระทำต่อโครงสร้างค่ะ

 

ประเภทของเสาที่ใช้ในการก่อสร้าง

ในการก่อสร้างบ้านในประเทศไทย เสาที่ใช้มี 3 ประเภทหลัก ได้แก่

1. เสาไม้

เสาไม้ มักพบได้ในบ้านเรือนสมัยเก่า โดยส่วนใหญ่ใช้วัสดุจากไม้ในการก่อสร้าง มักเลือกใช้ไม้แข็งที่มีคุณสมบัติพิเศษคือ ปลวกหรือแมลงไม่กัดกิน และมีการดัดหรือบิดจากความชื้นน้อย

ข้อดีของเสาไม้ ข้อเสียของเสาไม้
  • มีความสวยงามเป็นธรรมชาติ
  • มีน้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย
  • ราคาต่ำกว่าวัสดุอื่น (ในกรณีที่ใช้ไม้ทั่วไป)
  • เหมาะสำหรับผู้ที่มีทุนจำกัด
  • ไม่ทนทานต่อความชื้นและแมลง
  • อาจบิดงอหรือแตกร้าวเมื่อเวลาผ่านไป
  • มีข้อจำกัดในการรับน้ำหนัก
  • ต้องดูแลรักษาเป็นประจำ

2. เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก

เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ทำมาจากคอนกรีตที่เสริมเหล็ก เพื่อเพิ่มกำลังให้สามารถรับแรงอัด แรงดัด และแรงดึงได้มากยิ่งขึ้น รวมทั้งทนไฟ ทนน้ำหรือความชื้นได้ดีขึ้น แบ่งออกเป็น 2 ประเภทย่อย ได้แก่

  • เสาคอนกรีตหล่อในที่ กระบวนการนี้ทำที่หน้างานโดยตรง เริ่มจากการขึ้นโครงแบบหล่อ (สำหรับงานสร้างบ้านมักใช้ไม้) แล้วผูกเหล็กเส้นด้านในเพื่อกำหนดรูปทรง จากนั้นเทคอนกรีตลงในแบบหล่อ

  • เสาคอนกรีตเสริมเหล็กสำเร็จรูป ผลิตจากโรงงานแล้วขนส่งมาติดตั้งที่หน้างาน วิธีนี้ช่วยลดระยะเวลาในการก่อสร้าง

ข้อดีของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ข้อเสียของเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก
  • มีความแข็งแรงและทนทานสูง
  • รับน้ำหนักได้มาก
  • ทนไฟและความชื้นได้ดี
  • ไม่มีปัญหาเรื่องแมลงหรือปลวก
  • สามารถออกแบบได้หลายรูปทรง
  • ใช้เวลาในการก่อสร้างนาน (กรณีหล่อในที่)
  • มีน้ำหนักมาก ราคาสูงพอสมควร
  • ยากต่อการรื้อถอนหรือดัดแปลง

3. เสาเหล็ก

เสาเหล็ก แบ่งได้ 2 ประเภทหลัก คือโครงข้อแข็งและรูปพรรณ โดยเสาเหล็กรูปพรรณมีหลายรูปแบบให้เลือกใช้ตามความเหมาะสม เช่น เหล็กรูปตัวไอ (I-Beam) กับตัวเฮช (H-Beam) สำหรับอาคารขนาดใหญ่ที่รับแรงมาก ขณะที่เหล็กกล่อง (Tube) เหมาะกับบ้านพักอาศัยและอาคารขนาดเล็กค่ะ

ข้อดีของเสาเหล็ก ข้อเสียของเสาเหล็ก
  • ก่อสร้างรวดเร็ว ประหยัดเวลาหน้างาน
  • แข็งแรงสูงแต่น้ำหนักเบา ลดภาระโครงสร้าง
  • ออกแบบพื้นที่โล่งกว้างได้ดี เพราะมีช่วงเสาห่าง
  • นำกลับมาใช้ใหม่ได้ เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
  • ทนไฟได้น้อย ต้องมีวัสดุหุ้มกันไฟเพิ่มเติม
  • เกิดสนิมได้ง่าย ต้องการการบำรุงรักษาและทาสีป้องกันสม่ำเสมอ
  • ต้นทุนวัสดุสูงกว่าเสาคอนกรีต
  • ต้องใช้ช่างที่มีความชำนาญเฉพาะทางติดตั้ง
 

การกำหนดขนาดและรูปแบบ เสาบ้านชั้นเดียว

ความแข็งแรงปลอดภัยของบ้านชั้นเดียว ขึ้นอยู่กับการเลือกขนาดและรูปแบบของเสาที่เหมาะสม ดังนี้

ขนาดเสาบ้านชั้นเดียวที่นิยมใช้

สำหรับบ้านชั้นเดียวทั่วไป แนะนำให้ใช้เสาขนาดหน้าตัด 4-6 นิ้ว (10-15 ซม.) ส่วนความสูงมาตรฐานอยู่ที่ 2.5-2.8 เมตร แต่สามารถเพิ่มความสูงได้ถึง 2.8-3.2 เมตร เพื่อให้บ้านดูโปร่งและโล่งสบายขึ้น

ปัจจัยที่มีผลต่อการกำหนดขนาดเสา

ปัจจัยหลัก 3 ประการที่ส่งผลโดยตรงต่อการรับน้ำหนักของเสาบ้าน ได้แก่ จำนวนชั้นของอาคาร ความยาวของช่วงคาน และน้ำหนักบรรทุกจร (Live Load) ที่คาดว่าจะเกิดขึ้น แล้วยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่ควรพิจารณา ได้แก่

  1. รูปแบบและสไตล์ของบ้าน เช่น สไตล์โมเดิร์นอาจต้องการเสาขนาดใหญ่กว่า เพื่อความแข็งแรง
  2. งบที่มี เพราะเสาขนาดใหญ่จะมีราคาสูงกว่า
  3. ระยะห่างระหว่างเสา เช่น 4 x 4 เมตร คือระยะที่ใช้กันบ่อย เพราะเป็นขนาดเดียวกับวัสดุส่วนใหญ่ในท้องตลาด
  4. ภูมิอากาศและสภาพพื้นที่ เพราะพื้นที่เสี่ยงภัยธรรมชาติอาจต้องการเสาที่แข็งแรงกว่าปกติ

รูปแบบของเสาบ้านชั้นเดียว

รูปแบบของเสาบ้านชั้นเดียวที่พบได้บ่อย มีดังนี้

  • เสาสี่เหลี่ยมจัตุรัส รูปแบบมาตรฐานที่ใช้กันมากที่สุด
  • เสาสี่เหลี่ยมผืนผ้า เหมาะสำหรับการรับน้ำหนักในทิศทางเฉพาะ
  • เสากลม ใช้ในบ้านสไตล์โมเดิร์นหรือร่วมสมัย
  • เสาตกแต่ง มีรูปแบบหลากหลายตามสไตล์การออกแบบ

สำหรับการเลือกขนาดเสาของบ้านชั้นเดียวที่มีพื้นที่น้อยหรือบ้านพักตากอากาศมักใช้ขนาด 20x20 ซม. ส่วนขนาด 25x25 ซม. เป็นขนาดมาตรฐานที่ใช้ได้ทั่วไปกับบ้านพักอาศัยหนึ่งหรือสองชั้นค่ะ

ขั้นตอนการติดตั้งเสาสำหรับสร้างบ้าน

การติดตั้งเสาบ้านให้มีคุณภาพและได้มาตรฐาน ต้องผ่านขั้นตอนต่าง ๆ ดังนี้

1. การตรวจสอบแบบและวางตำแหน่งเสา

ตรวจสอบขนาดและตำแหน่งของเสาจากแบบก่อสร้าง แล้วใช้ไม้ปักหมุดกับเชือกขึง เพื่อกำหนดตำแหน่งให้ถูกต้อง

2. การเตรียมฐานราก

เริ่มจากขุดหลุมฐานรากให้ได้ขนาดและความลึกตามที่กำหนด โดยปกติจะลึกราว 1-1.5 เมตร เมื่อขุดเสร็จแล้ว ให้เทคอนกรีตหยาบรองพื้นกับวางแบบหล่อหล่อฐานราก

3. การผูกเหล็กเสริมแกนเสา

การผูกเหล็กสำหรับงานเสาต้องปฏิบัติตามแบบก่อสร้างอย่างเคร่งครัด ต้องจัดวางเหล็กแกนให้อยู่ตรงศูนย์กลาง แล้วต่อทาบเหล็กตามระยะที่ระบุในแบบหรือตามมาตรฐานกำหนด เหล็กที่ใช้ในการผูกเสาบ้านมีดังนี้

  • เหล็กแกนเสา มักใช้เหล็กเส้นกลมหรือข้ออ้อยขนาด 12 มม. หรือ 16 มม. ตามการออกแบบ
  • เหล็กปลอก ส่วนใหญ่จะใช้เหล็กเส้นกลมขนาด 6 มม. หรือ 9 มม. ระยะห่างตามที่กำหนดในแบบ

4. การติดตั้งแบบหล่อเสา

หลังจากเสริมเหล็กเสร็จแล้ว ให้ทำการติดตั้งแบบหล่อเสา ที่เป็นโครงสร้างชั่วคราวสำหรับขึ้นรูปเสาคอนกรีตให้ได้รูปทรงและขนาดตามต้องการ โดยแบบหล่อที่ใช้กันบ่อยมีหลายประเภท ได้แก่

  • แบบหล่อไม้ ใช้ในงานก่อสร้างทั่วไป ราคาไม่แพง
  • แบบหล่ออะลูมิเนียม รูปแบบที่มักใช้กันสำหรับงานก่อสร้างตึกที่ต้องการโครงเสาสูง ช่วยลดแรงในการก่อสร้าง แต่มีน้ำหนักเบา
  • แบบหล่อพลาสติก ให้ผิวคอนกรีตที่สวยงาม เรียบเนียน มีน้ำหนักเบา มีความคงทนต่อการใช้งานในระดับหนึ่ง สามารถนำมาใช้งานซ้ำได้

5. การเทคอนกรีต

การเตรียมงานก่อนเทคอนกรีต เริ่มด้วยการราดน้ำบนแบบหล่อให้ชุ่ม เพื่อป้องกันไม่ให้แบบหล่อดูดน้ำจากคอนกรีต จากนั้น เทปูนทราย (ปูนซีเมนต์ผสมทราย) ลงไปก่อนเล็กน้อยเพื่อช่วยเคลือบผิวแบบหล่อและเหล็กเสริมค่ะ

เมื่อเตรียมการเรียบร้อยแล้ว การเทคอนกรีตสามารถทำได้หลายวิธี เช่น เทจากถังปูน เทด้วยกระบะ (Buckets) เทผ่านท่อผ้าใบ หรือการใช้รถปั๊มคอนกรีต (สำหรับงานขนาดใหญ่)

6. การบ่มคอนกรีตและถอดแบบ

หลังจากเทคอนกรีตเสร็จ ต้องทำการบ่มคอนกรีตโดยการรักษาความชื้นไว้อย่างน้อย 7 วัน จากนั้นค่อย ๆ ถอดแบบหล่อออกด้วยความระมัดระวัง เพื่อไม่ให้เกิดความเสียหายต่อเสาคอนกรีตค่ะ

 

มาตรฐานเบื้องต้นสำหรับงาน เสาโครงสร้าง

เพื่อความแข็งแรงและปลอดภัยของบ้าน งานเสาโครงสร้างจำเป็นต้องมีมาตรฐานกำกับ โดยแต่ละประเภทก็มีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน ดังนี้

1. มาตรฐานเสาคอนกรีตเสริมเหล็ก

เสาคอนกรีตเสริมเหล็ก ตามมาตรฐานการออกแบบและก่อสร้างของวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ที่มีข้อกำหนดดังนี้

  • คุณภาพของคอนกรีต ต้องมีกำลังอัดไม่น้อยกว่า 240 กก./ตร.ซม. สำหรับบ้านพักอาศัย
  • เหล็กแกนเสาต้องมีขนาดกับจำนวนตามที่กำหนดในแบบ และการผูกเหล็กปลอกต้องเป็นไปตามมาตรฐาน
  • เหล็กเสริมต้องมีระยะหุ้มคอนกรีตไม่น้อยกว่า 2.5 ซม.
  • ค่าความคลาดเคลื่อนที่ยอมรับได้ของขนาดเสา คือสามารถมีขนาดน้อยกว่าในแบบได้ไม่เกิน 6 มิลลิเมตร

2. มาตรฐานเสาเหล็ก

เสาเหล็กต้องได้มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) และมาตรฐานวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) โดยมีข้อกำหนดสำคัญดังนี้

  • คุณภาพของเหล็ก ต้องเป็นเหล็กที่ได้มาตรฐาน ไม่มีรอยร้าว หรือตำหนิที่ส่งผลต่อความแข็งแรง
  • การเชื่อมต่อต้องทำโดยช่างที่มีความรู้และใช้เทคนิคที่ถูกต้อง
  • ต้องมีการทาสีกันสนิมหรือเคลือบผิวเพื่อป้องกันการกัดกร่อน
  • ต้องมีการห่อหุ้มด้วยวัสดุทนไฟตามมาตรฐานการป้องกันอัคคีภัย

3. มาตรฐานเสาไม้

เสาไม้ต้องเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) มีข้อกำหนดดังนี้

  • คุณภาพของไม้ ต้องเป็นไม้ที่แห้งสนิท ไม่มีตาไม้ หรือรอยแตกร้าวที่ส่งผลต่อความแข็งแรง
  • ต้องมีการอาบน้ำยาป้องกันแมลงและปลวก
  • การเชื่อมต่อไม้ ต้องทำอย่างแน่นหนาและมีความแข็งแรง
  • ต้องมีการเคลือบผิวเพื่อป้องกันความชื้น

ข้อควรระวังและการตรวจสอบ

ปัญหาโครงสร้างแตกร้าว เอนตัว หรือเกิดโพรงในบ้าน สาเหตุสำคัญมาจากการก่อสร้างที่ไม่ได้มาตรฐานโดยผู้รับเหมา โดยเฉพาะการเลือกใช้แบบหล่อเสาที่คุณภาพต่ำ อาจไม่แข็งแรงพอหรือโก่งงอได้ง่าย เพื่อความปลอดภัยของผู้อยู่อาศัย ควรหมั่นตรวจสอบสภาพโครงสร้างส่วนนี้อย่างสม่ำเสมอ โดยสังเกตสัญญาณเตือนต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้

  • รอยร้าวในเสา อาจเกิดจากแบบหล่อที่ไม่ดี หรือแบบเคลื่อน เครื่องยึดเหนี่ยวหลุด ทำให้หล่อเสาปูนได้ไม่เต็ม
  • เสามีรอยร้าวแนวดิ่ง เกิดจากการใช้ปูนซีเมนต์ในแบบหล่อเสาบ้านที่คุณภาพต่ำ ระยะหุ้มน้อย ทำให้ไม่สามารถรับน้ำหนักพื้นด้านบนที่มากเกินไปได้
  • น้ำขังสะสม อาจทำให้เหล็กข้างในเป็นสนิม

 

สรุป

เสา คือโครงสร้างหลักที่ทำหน้าที่รับน้ำหนักของบ้านทั้งหลัง มี 3 ประเภทหลัก ได้แก่ ไม้ คอนกรีตเสริมเหล็ก และเหล็ก แต่ละประเภทมีคุณสมบัติต่างกัน แต่เสาคอนกรีตเสริมเหล็กถูกเลือกใช้บ่อยที่สุด ด้วยคุณสมบัติด้านความแข็งแรง ทนทาน ทนไฟ และทนความชื้น

การเลือกขนาดเสาบ้านให้เหมาะสมต้องพิจารณาจากหลายปัจจัย เช่น น้ำหนักที่ต้องรับ จำนวนชั้น และลักษณะการใช้งาน โดยทั่วไปบ้านชั้นเดียวมักใช้เสาหน้าตัดขนาด 4-6 นิ้ว สูง 2.5-2.8 เมตร มีระยะห่างมาตรฐานระหว่างเสาประมาณ 4x4 เมตร

การติดตั้งเสาต้องทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องตามหลักวิศวกรรม ตั้งแต่การตรวจสอบแบบ การผูกเหล็ก การติดตั้งแบบหล่อ การเทคอนกรีต และการบ่มคอนกรีต การตรวจเช็คสภาพเสาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยป้องกันปัญหา เช่น รอยร้าว การเอนตัว หรือความเสียหายจากความชื้น ทำให้ช่วยยืดอายุการใช้งานของโครงสร้างบ้านได้ค่ะ

อ่านเพิ่มเติม: สร้างบ้าน เลือกแบบไหนดี ? ระหว่าง บริษัทรับก่อสร้าง กับ ผู้รับเหมาอิสระ


บทความที่เกี่ยวข้อง
ผู้รับเหมา คือใคร
การเลือก ผู้รับเหมา แบบรายย่อยหรือนิติบุคคล ในโครงการก่อสร้าง ควรต้องเข้าใจหลักคิดการคัดกรองผู้รับเหมาที่ดี เพื่อให้งานก่อสร้างประสบความสำเร็จ
25 ก.ค. 2023
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร สำหรับเจ้าของบ้านและผู้รับเหมา
ข้อควรรู้ พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร สำหรับผู้ที่ต้องการก่อสร้างหรือต่อเติมบ้าน พร้อมขั้นตอนการแจ้งตามมาตรา 39 ทวิ และบทลงโทษถ้าละเมิดกฎหมายควบคุมอาคาร
22 ส.ค. 2025
วัสดุก่อสร้าง วัสดุก่อ คืออะไร? มีอะไรบ้าง
พาไปรู้จัก วัสดุก่อสร้าง แต่ละชนิด ทั้งประเภทตามลักษณะวัตถุ และตามการใช้งานในส่วนต่าง ๆ ของอาคาร พร้อมแนะนำการเลือกใช้วัสดุก่อให้เหมาะสม
20 พ.ค. 2024
เว็บไซต์นี้มีการใช้งานคุกกี้ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ของท่าน ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และ นโยบายคุกกี้
Powered By MakeWebEasy Logo MakeWebEasy